การเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ (ไบโอเมตทริกส์)

ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือและรูปถ่าย) เมื่อยื่นขอคำร้องขอวีซ่าเชงเก้น ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

กรณียื่นคำร้องขอวีซ่าครั้งแรก ผู้สมัครทุกคนจะต้องมายื่นคำร้องฯด้วยตนเองที่ VFS Global หรือที่สถานทูตเพื่อทำการเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ ข้อมูลดังกล่าวรวมถึงข้อมูลที่ระบุบนแบบฟอร์มขอวีซ่าเชงเก้นจะถูกบันทึกลงในฐานข้อมูล VIS ไว้เป็นเวลา 59 เดือน หากท่านเคยเก็บลายนิ้วมือภายใน 59 เดือน (หลังจากปี 2014) และข้อมูลนั้นยังคงใช้งานได้ ท่านไม่ควรเก็บลายนิ้วมือใหม่เว้นเสียแต่ว่าจะมีการร้องขอให้ท่านมาเก็ลรอยนิ้วมืออีกครั้ง

ระบบ VIS จะมีใบสมัครคำร้องขอวีซ่าเชงเก้น รวมทั้งผลการตัดสินของสถานกงสุลในกลุ่มประเทศเชงเก้น ระบบนี้จะอำนวยความสะดวกต่อขั้นตอนการสมัครยื่นคำร้องขอวีซ่าและการตรวจสอบจากกรมตรวจคนเข้าเมืองของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัย การพึ่งพาเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์สามารถช่วยป้องกันการโจรกรรมข้อมูลได้ดีขึ้น และป้องกันการถูกสวมรอย ซึ่งในบางกรณีจะนำไปสู่การปฏิเสธวีซ่า นอกจากนี้ยังจะช่วยสร้างฐานข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมายของวีซ่าก่อนหน้า รวมทั้งประวัติการเดินทางของผู้สมัครได้ง่ายยิ่งขึ้น (เช่น เมื่อขอวีซ่าแบบ multiple-entry)

ผู้สมัครต่อไปนี้จะได้รับการยกเว้นในการเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือ):

(ก) เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

(ข) บุคคลที่ไม่สามารถเก็บลายนิ้วมือได้เนื่องจากปัญหาทางกายภาพ

(ค) ประมุขแห่งรัฐ หรือรัฐบาล และสมาชิกของรัฐบาลกับคู่สมรสที่มาพร้อมกับสมาชิกในคณะผู้แทน ที่ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการ จากรัฐบาลประเทศสมาชิกหรือองค์การระหว่างประเทศ สมาชิกอาวุโสในราชวงศ์เมื่อได้รับเชิญจากรัฐบาลประเทศสมาชิกหรือโดยองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อจุดประสงค์อย่างเป็นทางการ

ระบบ VIS ถูกเริ่มใช้งานเป็นที่แพร่หลายทั่วโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554